#21 การเขียนคำสั่ง ทำให้เกิดทางเลือก

คำว่า if แปลว่า “ถ้า” หลังจากการใช้คำสั่งนี้ จะตามมาด้วยเงื่อนไขเสมอ และผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของเงื่อนไข จะมี 2 ค่าเท่านั้นคือ เป็นจริง (true) หรือ เท็จ (false)

 

เรามาเรียนรู้คำสั่ง if ไปพร้อมกับการเขียนโค้ดกันนะคะ

 

 

สร้างโปรเจ็กต์

1. เปิดโปรแกรม NetBeans IDE ขึ้นมา ไปที่ File > New Project

TH-JAVA Quick Start Java -21-1

ภาพที่ 1 File > New Project

 

2.เลือก Java > Java Application และคลิกที่ปุ่ม Next

TH-JAVA Quick Start Java -21-2

ภาพที่ 2 เลือกโปรเจ็กต์

 

3. ตั้งชื่อโปรเจ็กต์ว่า Learn Selection หลังจากนั้น ติ๊กถูกที่หน้า Create Main Class ออก และคลิกที่ปุ่ม Finish

TH-JAVA Quick Start Java -21-3

ภาพที่ 3 กรอกรายละเอียดโปรเจ็กต์

 

4. เราจะได้โปรเจ็กต์ใหม่ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-4

ภาพที่ 4 รายชื่อโปรเจ็กต์ใหม่ที่สร้าง

 

 

สร้างแพ็กเกจ

1. คลิกขวาที่ Source Packages และไปที่ New > Java Package

TH-JAVA Quick Start Java -21-5

ภาพที่ 5 New > Java Package

 

2. ตั้งชื่อ Package ว่า com.thjava และคลิกที่ปุ่ม Finish

TH-JAVA Quick Start Java -21-6

ภาพที่ 6 สร้าง package

 

3. เราจะได้ Package ใหม่ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-7

ภาพที่ 7 Package ใหม่ที่สร้างขึ้นมา

 

 

สร้างคลาส Main

1. คลิกขวาที่ Package ชื่อ com.thjava ไปที่ New > Java Main Class

TH-JAVA Quick Start Java -21-8

ภาพที่ 8 New > Java Main Class

 

2. ตั้งชื่อคลาสว่า Main และคลิกที่ปุ่ม Finish

TH-JAVA Quick Start Java -21-9

ภาพที่ 9 ตั้งชื่อ Class

 

3. เราจะได้ไฟล์ Main.java ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-10

ภาพที่ 10 แสดงไฟล์ใหม่ที่สร้างขึ้นมา

 

4. ในเบื้องต้นจะมีโค้ดดังนี้

TH-JAVA Quick Start Java -21-11

ภาพที่ 11 แสดงโค้ดไฟล์ Main.java

 

 

สร้างแพ็กเกจ model

1. คลิกขวาที่แพ็กเกจ com.thjava ไปที่ New > Java Package

TH-JAVA Quick Start Java -21-12

ภาพที่ 12 New > Java Package

 

2. เพิ่มชื่อแพ็กเก็จ model ลงไป และคลิกที่ปุ่ม Finish

TH-JAVA Quick Start Java -21-13

ภาพที่ 13 ตั้งชื่อ package

 

4. เราจะได้ Package ที่ลงท้ายด้วย model ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-14

ภาพที่ 14 package ใหม่ที่สร้างขึ้นมา

 

 

สร้างคลาส Users

1. คลิกขวาที่ แพ็กเกจ ชื่อ com.thjava.model คลิกขวา ไปที่ New > Java Class

TH-JAVA Quick Start Java -21-15

ภาพที่ 15 New > Java Class

 

2. ตั้งชื่อคลาสว่า Users และคลิกที่ปุ่ม Finish

TH-JAVA Quick Start Java -21-16

ภาพที่ 16 ตั้งชื่อคลาส

 

3. เราจะได้คลาส Users ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-17

ภาพที่ 17 ไฟล์ใหม่ที่สร้างขึ้นมา

 

4. เริ่มต้นจะมีโค้ดดังนี้

TH-JAVA Quick Start Java -21-18

ภาพที่ 18 แสดงโค้ดไฟล์ Users.java

 

5. ให้ประกาศตัวแปร username และ password ขึ้นมา มีชนิดข้อมูลเป็น String และกำหนดการเข้าถึงเป็น private

TH-JAVA Quick Start Java -21-19

ภาพที่ 19 ประกาศตัวแปร

 

 

สร้างคอนสตรัคเตอร์

1. คลิกหาพื้นที่ว่าง เตรียมเขียนโค้ดใหม่

TH-JAVA Quick Start Java -21-20

ภาพที่ 20 เตรียมสร้างโค้ด

 

2. กด Alt + Insert และเลือก constructor

TH-JAVA Quick Start Java -21-21

ภาพที่ 21 เลือก Constructor

 

3. จะปรากฏหน้าจอให้สร้าง คอนสตรัคเตอร์ ให้คลิกที่ปุ่ม Generate

TH-JAVA Quick Start Java -21-22

ภาพที่ 22 คลิก Generate

 

4. เราจะได้คอนสตรัคเตอร์เปล่า ๆ ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-23

ภาพที่ 23 โค้ด Constructor

 

5. กด Alt + Insert อีกครั้ง และเลือก Constructor

TH-JAVA Quick Start Java -21-24

ภาพที่ 24 เลือก Constructor

 

6. จะปรากฏหน้จอให้สร้างคอนสตรัคเตอร์ ให้คลิกที่ Select All และคลิกที่ Generate

TH-JAVA Quick Start Java -21-25

ภาพที่ 25 Select All > Generate

 

7. เราจะได้ คอนสตรัคเตอร์ ที่รับค่า username และ password เข้ามา

TH-JAVA Quick Start Java -21-26

ภาพที่ 26 แสดง constructor ที่ 2

 

 

สร้างเมธอด ตรวจสอบ username และ password

1. สร้างเมธอดชื่อ checkUser() เป็นเมธอดที่ไม่มีการคืนค่าใด ๆ แต่รับค่า username และ password เข้ามาตรวจสอบว่า ข้อมูลถูกต้องหรือไม่

TH-JAVA Quick Start Java -21-27

ภาพที่ 27 สร้างเมธอด

 

2. ใช้คำสั่ง if ตรวจาสอบว่า ค่า username และ password ที่ส่งเข้ามา ตรงกับค่าที่เก็บเอาไว้ในตอนแรกหรือไม่

TH-JAVA Quick Start Java -21-28

ภาพที่ 28 เมธอด checkUser()

 

3. ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง ให้แสดงข้อความว่า “ข้อมูลถูกต้อง”

TH-JAVA Quick Start Java -21-29

ภาพที่ 29 คำสั่งแสดงผล

 

 

ทดสอบคำสั่ง if

1. มาที่ไฟล์ Main.java คลิกหาพื้นที่ว่าง ในเมธอด main() เพื่อเตรียมเขียนโค้ด

TH-JAVA Quick Start Java -21-30

ภาพที่ 30 เตรียมเขียนโค้ดใหม่

 

2. สร้างออบเจ็กต์ จากคลาส Users

TH-JAVA Quick Start Java -21-31

ภาพที่ 31 คำสั่งในการสร้างออบเจ็กต์

 

3. กดคียลัด Ctrl + Shift + I เพื่อ import ไฟล์ที่อยู่ต่าง package มาใช้งาน เราจะได้คำสั่ง import ขึ้นมาด้านบนไฟล์

TH-JAVA Quick Start Java -21-32

ภาพที่ 32 แสดงคำสั่ง import

 

4. กำหนดค่า username เป็น admin และ password เป็น 1234

TH-JAVA Quick Start Java -21-33

ภาพที่ 33 ส่งค่าให้ constructor

 

5. เรียกใช้เมธอด checkUser() ทำการส่งค่า admin และ 1234 ไปให้

TH-JAVA Quick Start Java -21-34

ภาพที่ 34 เรียกใชเมธอด

 

6. กด F6 เพื่อสั่ง Run จะพบกับหน้าจอให้เลือกไฟล์ในการ Run โปรแกรม คลิก OK

TH-JAVA Quick Start Java -21-35

ภาพที่ 35 คลิก “OK”

 

7. เราจะได้ผลลัพธ์ เป็น “ข้อมูลถูกต้อง”

TH-JAVA Quick Start Java -21-36

ภาพที่ 36 แสดงผลลัพธ์

 

8. หากเราส่งข้อมูล password ผิดไปให้

TH-JAVA Quick Start Java -21-37

ภาพที่ 37 แสดงการแก้ไขข้อมูล

 

9. กด F6 เพื่อสั่ง Run จะเห็นว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ Output

TH-JAVA Quick Start Java -21-38

ภาพที่ 38 แสดงผลลัพธ์

 

หากเราต้องการให้เกิดเหตุการณ์กรณีเงื่อนไขเป็นเท็จ เราจะต้องเพิ่ม คำสั่ง else ดูรายละเอียดได้ ในหัวข้อต่อไป

 

 

การใช้คำสั่ง else

1. มาที่คลาส Users ในเมธอด checkUser() ให้เพื่ม คำสั่ง else ลงไป

TH-JAVA Quick Start Java -21-39

ภาพที่ 39 แสดงการเพิ่มโค้ด

 

2 ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จ หรือ username และ password ไม่ถูกต้อง คำสั่งในส่วนของ else จะถูกสั่งให้ทำงาน ให้แสดงผลว่า “ข้อมูลไม่ถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง”

TH-JAVA Quick Start Java -21-40

ภาพที่ 40 แสดงการเพิ่มโค้ด

 

3. กด F6 เพื่อส่ง Run โปรเจ็กต์อีกครั้ง จะเห็นว่า คราวนี้ ได้ผลลัพธ์เป็น “ข้อมูลไม่ถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง”

TH-JAVA Quick Start Java -21-41

ภาพที่ 41 แสดงผลลัพธ์

 

 

สรุปโครงสร้างคำสั่ง if else

จากโค้ดที่เขียนมา เราสามารถสรุปโครงสร้างของคำสั่ง if else ได้ดัง ภาพด้านล่าง

TH-JAVA Quick Start Java -21-42

ภาพที่ 42 สรุปโครงสร้างคำสั่ง if else

 

 

การใช้คำสั่ง if else if

เราจะใช้คำสั่ง if else if เมื่อต้องตรวจสอบหลาย ๆ เงื่อนไข แต่ต้องการให้โปรแกรมทำงานตามเงื่อนไขที่ถูกต้อง เพียงเงื่อนไขเดียว

 

ยกตัวอย่างเช่น

 

เราจะสร้างโปรแกรมแปลงตัวเลข 1 – 7 ให้กลายเป็นวันทั้ง 7 คือ

เลข 1 = วันจันทร์

เลข 2 = วันอังคาร

เลข 3 = วันพุธ

เลข 4 = วันพฤหัสบดี

เลข 5 = วันศุกร์

เลข 6 = วันเสาร์

เลข 7 = วันอาทิตย์

 

 

เขียนโปรแกรม

1. มาที่แพ็กเกจ ที่ลงท้ายด้วย model คลิกขวา ไปที่ New > Java Class

TH-JAVA Quick Start Java -21-43

ภาพที่ 43 New > Java Class

 

2. ตั้งชื่อไฟล์ว่า ToDay และคลิกที่ปุ่ม finish

TH-JAVA Quick Start Java -21-44

ภาพที่ 44 ตั้งชื่อคลาส > Finish

 

3. เราจะได้ไฟล์ใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า ToDay.java

TH-JAVA Quick Start Java -21-45

ภาพที่ 45 แสดงไฟล์ ToDay.java

 

4. ในเบื้องต้นจะมีโค้ดดังนี้

TH-JAVA Quick Start Java -21-46

ภาพที่ 46 แสดงโค้ด

 

5. คลิกหาพื้นที่ว่าง เตรียมสร้างเมธอด

TH-JAVA Quick Start Java -21-47

ภาพที่ 47 เตรียมเขียนโค้ด

 

6. สร้างเมธอดชื่อ findDay() เป็นเมธอดที่ไม่คืนค่าอะไร แต่รับค่าชนิดตัวเลขเข้ามา 1 ตัว

TH-JAVA Quick Start Java -21-48

ภาพที่ 48 สร้างเมธอด

 

7. ใช้ คำสั่ง if else if เพื่อตรวจสอบค่าตัวเลขทั้ง 7

TH-JAVA Quick Start Java -21-49

ภาพที่ 49 ใช้คำสั่ง if else if

 

8. สั่งแสดงผลในแค่ละเงื่อนไขออกมา เช่น ถ้าเลขที่ส่งมามีค่า 1 ก็ให้แสดงคำว่า วันจันทร์ ออกมา เป็นต้น

TH-JAVA Quick Start Java -21-50

ภาพที่ 50 เพิ่มคำสั่งในการแสดงผล

 

 

ทดสอบโปรแกรม

1. มาที่ไฟล์ Main.java ลบคำสั่งเดิมในเมธอด main() ทิ้งไป เตรียมเขียนคำสั่งใหม่ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-51

ภาพที่ 51 เตรียมทดสอบโปรแกรม

 

2. สร้างออบเจ็กต์จากคลาส ToDay และกด Ctrl +Shift + I เพื่อ import ไฟล์ที่อยู่ต่าง package ให้เรียบร้อย

TH-JAVA Quick Start Java -21-52

ภาพที่ 52 สร้างออบเจ็กต์

 

3. เรียกใช้เมธอด findDay() และส่งค่าเลข 3 ไปให้เมธอดทำงาน

TH-JAVA Quick Start Java -21-53

ภาพที่ 53 เรียกใช้เมธอด

 

4. กด F6 เพื่อสั่ง Run เราจะได้ผลลัพธ์ วันพุธ ออกมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-54

ภาพที่ 54 แสดงผลลัพธ์

 

5. ลองส่งเลข 8 ไปให้เมธอด

TH-JAVA Quick Start Java -21-55

ภาพที่ 55 ส่งเลข 8 ไปให้เมธอด

 

6. กด F6 เพื่อ Run โปรเจ็กต์ จะเห็นว่า ไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะโค้ดในเมธอด findDay() เราตรวจสอบเฉพาะเลข 1-7 เท่านั้น

TH-JAVA Quick Start Java -21-56

ภาพที่ 56 แสดงผลัพธ์

 

 

เพิ่มคำสั่ง else

1. มาที่ไฟล์ ToDay.java และมองไปที่ เมธอธ findDay() เตรียมเขียนโค้ด

TH-JAVA Quick Start Java -21-57

ภาพที่ 57 เตรียมเพิ่มโค้ด

 

2. เพิ่มคำสั่ง else ลงไป

TH-JAVA Quick Start Java -21-58

ภาพที่ 58 เพิ่มคำสั่ง else

 

3. ถ้าผู้ใช้งานส่งเลขที่ไม่ตรงกับ 1-7 มา คำสั่งใน else จะทำงาน สั่งให้แสดงผลว่า “กรุณากรอกเลข 1-7”

TH-JAVA Quick Start Java -21-59

ภาพที่ 59 เพื่มคำสั่งแสดงข้อผิดพลาด

 

4. กด F6 เพื่อ Run โปรแกรม จะเห็นว่า เราพบข้อความแจ้งเตือนแล้ว

TH-JAVA Quick Start Java -21-60

ภาพที่ 60 แสดงผลลัพธ์

 

 

สรุปโครงสร้างคำสั่ง if else if

จากโค้ดที่เขียนมา เราสามารถสรุปโครงสร้างของคำสั่ง if else if ได้ดัง ภาพด้านล่าง

TH-JAVA Quick Start Java -21-61

ภาพที่ 61 โครงสร้างคำสั่ง if else if

 

 

การใช้คำสั่ง if ซ้อน if

ในบางครั้ง การตรวจสอบเงื่อนไขอาจจะมี ระดับ ในการตรวจสอบ เช่น

 

ในบริษัทแห่งหนึ่ง รับพนักงาน โดยคัดจากเงื่อนไข 3 ระดับคือ

1. อายุ (age) มากกว่า 24 ปี

2. มีคะแนน toeic มากกว่าหรือเท่ากับ 850 คะแนน

3. คะแนนสอบสัมภาษณ์ (interviewScore) ต้องมากกว่า 99 คะแนน

 

เราจะใช้คำสั่ง if ซ้อนใน if ทั้งหมด 3 ระดับ เพื่อใช้ในการคัดเลือกผู้สมัคร สามารถเขียนโปรแกรมได้ดังนี้

 

 

เขียนคำสั่ง if ซ้อน if

1. คลิกขวาที่ package ที่ลงท้ายด้วย model ไปที่ New > Java Class

TH-JAVA Quick Start Java -21-62

ภาพที่ 62 New > Java Class

 

2. ตั้งชื่อคลาสว่า Interview และคลิกที่ปุ่ม finish

TH-JAVA Quick Start Java -21-63

ภาพที่ 63 ตั้งชื่อคลาส > Finish

 

3. เราจะได้ไฟล์ Interview.java ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-64

ภาพที่ 64 แสดงไฟล์ Interview.java ที่สร้างขึ้นมา

 

4. ในเบื้องต้นจะมีโค้ดดังนี้

TH-JAVA Quick Start Java -21-65

ภาพที่ 65 แสดงโค้ด

 

5. คลิกหาพื้นที่ว่าง เพื่อสร้างเมธอดใหม่

TH-JAVA Quick Start Java -21-66

ภาพที่ 66 เตรียมสร้างเเมธอดใหม่

 

6. ตั้งชื่อเมธอดว่า checkData() ไม่มีการคืนค่าใด ๆ แต่รับค่าตัวเลข เข้ามา 3 ค่า คือ age, toeic และ interviewScore

TH-JAVA Quick Start Java -21-67

ภาพที่ 67 constructor method

 

7. เขียนคำสั่ง if เพื่อตรวจสอบอายุ ต้องมากกว่า 24 ปี

TH-JAVA Quick Start Java -21-68

ภาพที่ 68 เพิ่มคำสั่ง if ที่ 1

 

8. เพิ่มคำสั่ง else ของเงื่อนไขที่ 1 ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จ หรือ อายุไม่ได้มากกว่า 24 ปี ให้แสดงข้อความว่า “อายุน้อยกว่า 24 ปี”

TH-JAVA Quick Start Java -21-69

ภาพที่ 69 เพิ่มคำสั่ง else

 

9. เขียนคำสั่ง if เพื่อตรวจสอบคะแนน toeic ต้องมากกว่า หรือเท่ากับ 850 ซ้อนลงไปใน if แรก

TH-JAVA Quick Start Java -21-70

ภาพที่ 70 เพิ่มคำสั่ง if ที่ 2

 

10. เพิ่มคำสั่ง else กรณีเงื่อนไขที่ 2 เป็นเท็จ ให้แสดงข้อความว่า “คะแนน toeic น้อยกว่า 850” คะแนน

TH-JAVA Quick Start Java -21-71

ภาพที่ 71 เพื่มคำสั่ง else

 

11. เขียนคำสั่ง if เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขที่ 3 คะแนนสอบสัมภาษณ์ (interviewScore) ต้องมากกว่า 99 คะแนน ซ้อนลงไปในเงื่อนไขที่ 2

TH-JAVA Quick Start Java -21-72

ภาพที่ 72 เพิ่มคำสั่ง if ที่ 3

 

12. ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง ให้แสดงข้อความว่า “ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบ”

TH-JAVA Quick Start Java -21-73

ภาพที่ 73 คำสั่งแสดงผล

 

13. เพิ่มคำสั่ง else กรณีเงื่อนไขที่ 3 เป็นเท็จ ให้แสดงข้อความว่า “คะแนนสอบสัมภาษณ์ ไม่ผ่าน”

TH-JAVA Quick Start Java -21-74

ภาพที่ 74 เพิ่มคำสั่ง else

 

 

ทดสอบคำสั่ง if ซ้อน if

1. มาที่ไฟล์ Main.java ลบคำสั่งการทดสอบเดิมทิ้งไป เตรียมเขียนคำสั่งใหม่ขึ้นมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-75

ภาพที่ 75 เตรียมเขียนโค้ดทดสอบ

 

2. สร้างออบเจ็กต์จากคลาส Interview และกด Ctrl + Shift + I เพื่อ import ไฟล์ที่อยู่ต่าง package ให้เรียบร้อย

TH-JAVA Quick Start Java -21-76

ภาพที่ 76 สร้างออบเจ็กต์จากคลาส Interview

 

3. เรียกใช้เมธอด checkData() ส่งค่า อายุ 26, คะแนน toeic 865 และคะแนนสอบสัมภาษณ์ 250 คะแนน ไปให้เมธอดทำงาน

TH-JAVA Quick Start Java -21-77

ภาพที่ 77 เรียกใช้เมธอด

 

4. กด F6 เพื่อสั่ง Run จะเห็นว่า เราได้คำตอบ “ผ่านเกณ์การตรวจสอบ” ขึ้นมา เพราะเงื่อนไขทั้ง 3 ถูกต้อง

TH-JAVA Quick Start Java -21-78

ภาพที่ 78 แสดงผลลัพธ์

 

5. ลองลดอายุเป็น 22 ปี และสั่ง Run เราจะได้คำตอบว่า

TH-JAVA Quick Start Java -21-79

ภาพที่ 79 แสดงผลลัพธ์

 

6. ลองลด คะแนน toeic เป็น 600 คะแนน และสั่ง Run เราจะได้คำตอบ ดังภาพด้านล่าง จะเห็นว่า เมื่อเงื่นไขแรกไม่ผ่าน โปรแกรมก็จะไม่เสียเวลาไปเช็คเงื่อนไขต่อไป

TH-JAVA Quick Start Java -21-80

ภาพที่ 80 แสดงโค้ดและผลลัพธ์

 

7. แต่ถ้าเงื่อนไขแรกผ่าน หรืออายุมากกว่า 24 ปี เงื่อนไขที่ 2 ถึงจะทำงาน

TH-JAVA Quick Start Java -21-81

ภาพที่ 81 แสดงโค้ดและผลลัพธ์

 

 

สรุปโครงสร้างคำสั่ง if ซ้อน if

จากโค้ดที่เขียนมา เราสามารถสรุปโครงสร้างของคำสั่ง if ซ้อน if ได้ดัง ภาพด้านล่าง

TH-JAVA Quick Start Java -21-82

ภาพที่ 82 แสดงโครงสร้าง if ซ้อน if

 

*การเขียนคำสั่ง if ซ้อน if เราจะซ้อนในส่วนของ if หรือ else ก็ได้นะคะ และสามารถเขียนคำสั่งซ้อนกันลงไปลึกมากเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงการบำรุงรักษาด้วย โค้ดที่อ่านง่าย ไม่ควรเขียนให้ซับซ้อนมากเกินไปค่ะ

 

 

การใช้คำสั่ง switch

จากโค้ดรับค่าตัวเลข 1-7 เข้ามาตรวจสอบว่าเป็นวันอะไรนั้น เราสามารถใช้คำสั่ง switch ในการตรวจสอบได้ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

1. มาที่ไฟล์ ToDay.java คลิกหาพื้นที่ว่าง เพื่อสร้างเมธอดใหม่

TH-JAVA Quick Start Java -21-83

ภาพที่ 83 เตรียมเขียนคำสั่ง switch

 

2. สร้างเมธอดชื่อ checkDayBySwitch() ไม่มีการคืนค่าใด ๆ แต่รับค่าชนิดตัวเลขเข้ามา

TH-JAVA Quick Start Java -21-84

ภาพที่ 84 สร้างเมธอด

 

3. เพิ่มคำสั่ง switch เพื่อตรวจสอบ ตัวเลขที่รับเข้ามา

TH-JAVA Quick Start Java -21-85

ภาพที่ 85 คำสั่ง switch

 

4. ถ้าค่าเป็นเลข 1 หรือ case เป็น 1 ให้แสดงข้อความว่า “วันจันทร์”

TH-JAVA Quick Start Java -21-86

ภาพที่ 86 คำสั่งเมื่อ case เป็นจริง

 

5. เพิ่มคำสั่ง break ลงไป เมื่อเคสเป็นจริง และเจอคำสั่ง break ก็จะออกจาก switch ทันที ไม่ไปตรวจ case อื่น

TH-JAVA Quick Start Java -21-87

ภาพที่ 87 คำสั่ง break

 

6. ถ้า case เป็นเลข 2 ให้แสดงข้อความว่า “วันอังคาร”

TH-JAVA Quick Start Java -21-88

ภาพที่ 88 case ที่ 2

 

7. เขียนโค้ดเพื่อตรวจสอบ case ต่อให้จบทั้งหมด 7 วัน

TH-JAVA Quick Start Java -21-89

ภาพที่ 89 ตรวจสอบเคสทั้ง 7

 

8. เพิ่มคำสั่ง default เพื่อแสดงผลกรณีเลขที่ส่งเข้ามาไม่ตรงกับค่าใดๆ (จะมีหรือไม่ก็ได้)

TH-JAVA Quick Start Java -21-90

ภาพที่ 90 เพิ่มคำสั่ง default

 

 

ทดสอบคำสั่ง switch

1. มาที่ไฟล์ Main.java ลบคำสั่งทดสอบเดิมทิ้งไป และเตรียมเขียนโค้ดใหม่

TH-JAVA Quick Start Java -21-91

ภาพที่ 91 เตรียมเขียนโค้ดทดสอบ

 

2. สร้างออบเจ็กต์จากคลาส ToDay และกด Ctrl + Shift + I เพื่อ import ไฟล์ที่อยู่ต่าง package เข้ามาใช้งาน

TH-JAVA Quick Start Java -21-92

ภาพที่ 92 สร้างออบเจ็กต์

 

3. เรียกใช้เมธอด checkDayBySwitch() และส่งเลข 5 ไปให้เมธอดทำงาน

TH-JAVA Quick Start Java -21-93

ภาพที่ 93 เรียกใช้เมธอด

 

4. กด F6 เพื่อสั่ง Run โปรแกรม จะเห็นว่า ได้คำตอบ “วันศุกร์” ออกมา

TH-JAVA Quick Start Java -21-94

ภาพที่ 94 แสดงผลลัพธ์

 

5. มาที่ไฟล์ ToDay.java ตรง case ระหว่าง case ที่ 5 และ case ที่ ให้ลบคำสั่ง break ออก

TH-JAVA Quick Start Java -21-95

ภาพที่ 95 ลบคำสั่ง break

 

6. กด F6 เพื่อ Run โปรเจ็กต์อีกครั้ง จะเห็นว่า เมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และไม่เจอคำสั่ง break case ก็จะทำงานต่อไปเรื่อย ๆ จบพบคำสั่ง break ในกรณีนี้เราสามารถนำไปเขียนโค้ดได้ยืดหยุ่นมากขึ้น และเราจะได้ศึกษาลึกซึ้งมากขึ้นอีก ในบทความอื่น ๆ ค่ะ

TH-JAVA Quick Start Java -21-96

ภาพที่ 96 แสดงผลลัพธ์

 

 

สรุปโครงสร้างคำสั่ง switch

จากโค้ดที่เขียนมา เราสามารถสรุปโครงสร้างของคำสั่ง switch ได้ดัง ภาพด้านล่าง

TH-JAVA Quick Start Java -21-97

ภาพที่ 97 โครงสร้างคำสั่ง switch

 

Comments

comments

ธมนวรรณ มณีจันทร์

เป้าหมาย : "พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน ผ่านการส่งมอบความรู้ ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด" ... ประวัติ